สำหรับคอไก่ชนพม่าครับ

Link Exchange



 เรารู้จักไก่พม่ามาพอสมควรแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือก การดูไก่พม่า และรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับไก่พม่า ตอนนี้ เราจะมาดูกันในเรื่องเคล็ดลับไก่พม่า โดยมีรายละเอียดดังนี้
         เมื่อจะนำไก่พม่าเข้าชนนั้น จะต้องปล้ำให้แข็ง
         โดยธรรมชาติของไก่พม่าแล้ว จะเป็นไก่ยืนดินไม่แน่น รวมทั้งโครงสร้างไม่ใหญ่ เมื่อมาเจอกับโครงสร้างใหญ่แข็งแกร่งของ ไก่ไทยจึงมักจะเสียเปรียบแรงปะทะ หากปล้ำไปน้อยๆ มักจะยืนระยะไม่ค่อยอยู่ รวมทั้งน้ำเลี้ยงของไก่ไทยนั้นถือว่าอย่ในระดับ "แข็งเป็นน็อต" หากปล้ำไม่ถึงแล้วละก็มีโอกาสจะถูกน็อคในไม่กี่อัน ไก่พม่าที่จะนำเข้าชนนั้นควรอย่างยิ่งที่จะต้องปล้ำให้ได้ครบ 10 อัน ขึ้นไปเป็นอย่างน้อย แม้ว่าบางครั้งจะเห็นเซียนภาคเหนือนำมาปล้ำเพียง 2 - 3 อัน ก็เข้าชนแล้ว แต่ต้องอย่าลืมว่าไก่ที่เป็น คู่ต่อสู้นั้นก็เป็นไก่พม่าหรือลูกครึ่งพม่าด้วยกัน รวมทั้งยังผ่านการปล้ำมาน้อยเช่นกัน ข้อได้เปรียบเสียเปรียบจึงหมดไป แต่ถ้าหาก มาเจอไก่ไทยแล้วปล้ำมาไม่ถึงล่ะก็ โอกาสชนะแทบจะไม่มีเลยทีเดียว
         ควรปล้ำให้ได้หน้า (หนแตก) สัก 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย
        โดยปรกติแล้วไก่พม่าจะเป็นไก่ผิวบอบบาง ไม่แข็งแกร่งเหมือนไก่ไทยหรือไซ่ง่อน ดังนั้นการจะออกชนต้องปล้ำให้หน้าแตก เพิ่มความหนาของผิวหนังสัก 2 คร้งเป็นอย่างน้อย โดยเจ้าของต้องสังเกตว่าในการปล้ำแต่ละครั้งนั้น ไก่ของเราโดนตีหน้าแตกพอ ที่จะนับเป็นจำนวนครั้งได้หรือไม่ พูดง่ายๆ ก็คือ การปล้ำนั้นๆ ได้หน้าหรือเปล่า หากไม่ได้ หรือไม่โดนแผลที่หน้าเลย ก็ยังถือว่า หน้าไม่แตกและนับครั้งไม่ได้ ต้องหาโอกาสปล้ำใหม่ต่อๆ ไป หากไม่ปล้ำให้หน้าแตกเพิ่มความหนาแล้วล่ะก็โอกาสที่จะไปโดนตี หน้าเยิ้มเละในสังเวียนก็มีมาก นั้นหมายถึงโอกาสแพ้ก็จะมีสูงเช่นเดียวกัน
         ไก่ที่จะเข้าชน ต้องได้อายุหรือเป็นลูกแซมจะดีที่สุด
        การที่จะนำไก่พม่าเข้าชนนั้น หากจะให้ดี ควรเลือกไก่ที่เป็นลูกแซม เพราะจะได้ทั้งอายุ เนื้อหนัง รวมทั้งด้านจิตใจที่ฮึกเหิม เต็มที่ สามารถที่จะใช้อาวุธได้อย่างรุนแรง แต่ถ้าหากเป็นลูกหนุ่มแล้ว จะเสียเปรียบคู่ต่อสู้เป็นอย่างมาก แม้จะเป็นไก่ในอายุเดียว กันก็ตาม เพราะนอกจากจะเสียเปรียบเรื่องกระดูกแล้ว ยังเสียเปรียบเรื่องผิวเนื้อหนัง และที่สำคัญคือเรื่องจิตใจ เพราะไก่ไทยนั้น จะชนนิ่งๆ ไม่ลุกลี้ลุกลนเหมือนไก่พม่า ซึ่งมีผลในด้านจิตวิทยาเป็นอย่างมากทีเดียว
         เลี้ยงไก่พม่าควรให้กินเนื้อสัตว์
        อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ไก่พม่าเป็นไก่ที่มีโครงสร้างเล็ก ซึ่งความที่โครงสร้างเล็กนี้ ทำให้เกิดการเสียเปรียบแต่เราคงไม่ สามารถจะไปเพิ่มความใหญ่ของกระดูกที่ฝืนธรรมชาติได้เพราะเป็นพันธุกรรมที่มีมาแต่กำเหนิด แต่เราสามารถที่จะเพิ่มความ แข็งแกร่ง หนักแน่นให้กับกล้ามเนื้อในร่างกายได้โดยการเน้นที่อาหาร ดังนั้นในช่วงก่อนออกชนจึงควรที่จะให้กินเนื้อสัตว์เพื่อ เพิ่มโปรตีนเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมู ไข่ หรือเนื้อวัว โดยต้มให้สุกแล้วป้อนให้ไก่กิน อย่างไรก็ดี การให้กินเนื้อนี้มีสิ่งที่ต้องพึงระวังก็คือไม่ควรจะเป็นเนื้อที่มีไขมันติดปน เพราะจะทำให้ไก่อ้วนเกิดความจำเป็น
         หากมีหงอน ควรตัดหงอนและเหนียง
        โดยปกติแล้ว พันธุกรรมไก่พม่านั้นมักจะมีหงอนและเหนียงมากกว่าไก่ไทย บางตัวมีมากจนแลดูคล้ายไก่แจ้ไทยเลยทีเดียว ซึ่งถ้าหากไก่ชนพม่าตัวใดมีหงอนใหญ่เคล็ดลับที่จะแนะนำคือการตัดออก
        การมีหงอนยาวนั้นเวลาเข้ามุกมัดหรือถอดหัวนี้ จะไม่คล่องตัวเท่าที่ควรเพราะจะติดที่หงอน ในขณะเดียวกันอาจจะโดนเบียด จนหงอนพับลงมาปิดตัวเองด้วย ถือเป็นการรังแกตัวเองโดยไม่จำเป็น จึงควรอย่างยิ่งที่จะตัดออก โดยเฉพาะช่วงขวบปีแรกถือว่า เป็นช่วงที่เหมาะที่สุด การตัดหงอนหรือเหนียงก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ใช้ใบมีดโกนสะอาดๆ เฉีอนออก หรือจะใช้กรรไกรขลิบก็ได้ หลังจากนั้นก็ใส่ยาแดงโดยไม่ต้องเย็บ แผลจะหายภายใน 3 อาทิตย์ แต่ต้องระวังเรื่องการอักเสบ โดยจะต้องใส่ยาแดงทุกวัน
         ไม่ควรลงขมิ้น
        ขมิ้นกับไก่ชนเป็นของคู่กัน เพราะจะช่วยเสริมเนื้อหนังให้แข็งแกร่ง แต่สำหรับไก่พม่าแล้ว ไม่ควรลงขมิ้นอย่างเด็ดขาด เพราะการลงขมิ้นนั้น สมุนไพรจะไปสร้างกล้ามเนื้อให้บีบรัดเกิดการกระชับ ทำให้ไก่พม่าซึ่งต้องการความปราดเปรียวต้องสูญ เสียคุณสมบัติที่ดีไป หากไก่พม่าที่เลี้ยงไว้และลงขมิ้นมาแล้ว สามารถที่จะแก้ไขได้ด้วยการนำไปอาบน้ำแล้วสระขนด้วยแชมพู สระผม ซึ่งจะช่วยล้างคราบขมิ้นออกได้มากทีเดียว
         ไม่ควรประคบร้อน
        ไก่พม่าจะคล้ายๆ กับนางงามผิวเนียน คือผิวจะบอบบาง ซึ่งโดยปกติแล้วเราน่าจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับผิดด้วยการประคบ ร้อนเพื่อเพิ่มความหนาของผิวหนัง แต่หากทำอย่างนั้นกับไก่พม่าล่ะก็ ผิดถนัดครับ ไก่พม่าเองไม่ได้ต้องการความหนาของผิวหนัง เหมือนไก่ไทย เนื่องจากว่ามีขนปกคลุมเยอะทั้งตัว ดังนั้นการระบายความร้อนจึงต้องผ่านขนที่ดกนั้น ผิวหนังจึงจำเป็นต้องบาง เพื่อให้การระบายความร้อนเป็นไปอย่างง่ายดาย การไปเพิ่มความหนาให้กับผิวจะทำให้รูขุมขนไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี ไก่จะหอบเร็ว นอกจากนี้ผิวหนังไก่พม่าต้องการการยืดหยุ่นตัว เมื่อโดนประคบร้อนบ่อยๆ จะหดตึง ทำให้ไม่สามารถบินได้คล่อง อย่างไรก็ตาม ข้อยกเว้นสำหรับการประคบร้อนคือสามารถประคบได้ตามใบหน้าเท่านั้น เพราะเป็นพื้นที่ที่ต้องการความหนา ความ แข็งแกร่ง ส่วนตามลำตัวนั้นไม่ควรประคบร้อนอย่างเด็ดขาด
         สีไก่พม่าที่จะพรางตาคู่ต่อสู้
         คำว่า "พรางตา" ในที่นี้คือ เลือกอย่างไรคู่ต่อสู้ของเราจึงไม่รู้ว่าเป็นไก่พม่าในเวลาเปรียบก่อนชน คำตอบคือ เมื่อจะเลือกเลี้ยง ไก่พม่านั้นหากเป็นพม่าแท้ๆ 100% คงไม่สามารถปิดบังได้ แต่ถ้าเป็นลูกครึ่ง การเลือกไก่ที่สีเหมือนไก่ไทยมากที่สุด ในขณะที่ชั้น เชิงคงอย่างพม่าเอาไว้ได้จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะเมื่อคู่ต่อสู้เห็นสีสันของไก่เราแล้วก็จะเข้าใจว่าเป็นไก่ไทย กว่าจะรู้อีกที ก็เมื่อเข้าสังเวียนจนโดนตีกระเดือกแทบพังไปแล้วนั่นแหละ
         ควรจะเลี้ยงกับทราย
         ธรรมชาติของไก่พม่านั้นมักจะชอบดินชอบทรายเป็นพิเศษ เพราะไก่พม่านิยมกันในภาคเหนือซึ่งเป็นภูเขาสูง พื้นที่ส่วน ใหญ่จึงมักเป็นดินร่วนชุยคล้ายๆ กับทราย ดังนั้นหากเซียนภาคกลางที่ต้องการเลี้ยงไก่พม่าล่ะก็ ขอแนะนำให้ปูพื้นคอกด้วยดิน ทรายเพื่อให้เหมาะสมกับความเคยชินของไก่พม่า สภาพอากาศแม้ว่าในบางครั้งจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ก็มีผลไม่น้อยเช่นกัน และอาจเป็นเส้นผมบังภูเขาที่เป็นสาเหตุให้ไก่พม่าในซุ้มของเราลดเก่งลง
         ควรจะล่อกับพื้นทราย
         ไม่ว่าจะเป็นไก่ไทยหรือไก่พม่าก็แล้วแต่ เมื่อเราต้องการที่จะเลี้ยงออกชน ย่อมต้องมีการฝึกฝนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง เคล็ด ลับในการล่อไก่พม่านั้น ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะล่อกับพื้นดินหรือพื้นที่ปูพรม แต่ควรจะล่อบนพื้นทราย ด้วยเหตุผลในข้อที่กล่าวมา แล้วว่าไก่พม่าจะชินกับสภาพพื้นดินที่เป็นทราย ทำให้เกิดความมั่นใจที่จะต่อสู้ แต่เหตุผลที่สำคัญมันมีมากกว่านั้น
       โดยปกติไก่พม่าจะเป็นไก่ที่ยืนดินไม่แน่น เมื่อเราฝึกล่อกับพื้นดินหรือพื้นพรมที่แน่นนั้น จะทำให้ไก่เราชินกับสภาพดินดัง กล่าง เมื่อเข้าชนก็จะยืนดินไม่แน่น แต่ถ้าหากเราฝึกกับพื้นทราย เป็นการฝึกให้เกิดการทรงตัวที่ดีขึ้น เมื่อฝึกนานเข้า ไก่ของเราจะ ปรับสภาพได้ดีและยืนดินได้แน่นขึ้นนั้นเอง
          และทั้งหมดนั้นคือเคล็ดลับ 10 ประการของไก่ชนพม่าที่หลายคนยังไม่รู้ และผมหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเซียนทุกๆ ท่าน
     

Click here to get GoogleRich Underground DVDs

 
Copyright @ www.panyakorn .com ,All rights reserved   Email : info@panyakorn.com Tel. 089-8812097 ติดต่อ คุณวิทยา Duloxetine medical SNRI class of drugs, it can be used to treat depression and anxiety disorders. buy duloxetine Duloxetine antidepressant action in humans, mainly in the restoration of conductive material balance in the brain.